ReadyPlanet.com


ประสบการณ์ของผู้ที่เรียนภาษาจีนด้วยตนเอง
avatar
Ling


พอดีมาเจอตัวอย่างจริง ของผู้ที่เรียนภาษาจีนด้วยตนเอง มาแนะนำวิธีการเรียน 

How I Learned Chinese for 6 Months | Five Hacks for Mandarin

ความยาว 11.16 นาที โดย Vicky

 

1. Strong Basic Foundation สร้างพื้นฐานให้แข็งแกร่ง

อย่าได้พยายามหาวิธีที่ง่ายและเร็วในการเรียนภาษา พื้นฐานจะเป็นเสมือนเสาสำหรับรองรับการเรียนภาษาทั้งหมดของคุณ มันไม่ได้เกินไปที่จะบอกว่า ภาษาขั้นพื้นฐานจะเป็นตัวตัดสินว่าต่อไปคุณจะสามารถพัฒนาการใช้ภาษาได้อย่างถูกต้องและคล่องแคล่วได้หรือไม่ อย่าละเลยขั้นพื้นฐาน!!!

ในขั้นเริ่มต้น ให้หาสื่อที่จะเรียนภาษาขั้นพื้นฐานให้ได้ 1-2 อย่าง และตั้งใจเรียนอย่างต่อเนื่อง อย่าสลับไปทางโน้นทีทางนี้ทีเพราะจะไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย

ให้ใช้หลักพาเรโต (กฎ 80/20) กล่าวคือ สิ่งที่สำคัญจะมีเพียง 20% ของทั้งหมด แต่กลับให้ผลงานคิดเป็น 80% ทีเดียว (ตัวอย่างเช่น หากคุณครูให้จับกลุ่มกันทำรายงานจำนวน 10 คน จะมีเพียง 2-3 คนเท่านั้นที่เป็นแกนนำในการทำการบ้านเกือบทั้งหมด ที่เหลือจะช่วยกันทำเล็กๆน้อยๆเท่านั้น) ดังนั้นจงโฟกัสเฉพาะสิ่งที่สำคัญเท่านั้น (Essentials)

ในช่วงเริ่มต้น Vicky ได้ไปร้านหนังสือเพื่อเลือกหนังสือขั้นพื้นฐานมาศึกษา เธอเลือกหนังสือที่มีบทสนทนาสั้นๆ และภาพประกอบจะได้ไม่รู้สึกเบื่อ และหนังสือยังมี Audio CD และแบบฝึกหัด ช่วยให้ฝึกฝนทั้งการอ่าน การเขียนและการฟังไปพร้อมๆ กัน

เธอยังแนะนำ Chinese Skill ซึ่งเป็น app บนมือถือ มีสื่อการสอนสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อน ทำให้เธอใช้เวลาขณะนั่งรถเดินทางสามารถเรียนภาษาจีนได้ หรือขณะเดินบนทางเท้า แทนที่จะฟังเพลงทั่วไปเธอก็เปิดไฟล์เสียงเพื่อฟังแทนได้ เธอยังรู้สึกว่าเรียนผ่านแอปไม่น่าเบื่อ กลับคล้ายว่ากำลังเล่นเกมส์หรือกำลังฟังเพลงอยู่ เธอยังเน้นว่าในช่วงแรกควรหาวิธีเรียนที่ค่อนข้างสนุก จะได้ไม่รู้สึกว่าหนักเกินไป เลยเบื่อและเลิกเรียนไปเสียก่อน


2. Work your way down from advance to basic เริ่มจากขั้นสูงไปขั้นพื้นฐาน !!

อ่านแล้วไม่ต้องงง Vicky อธิบายว่าในฐานะที่เป็นผู้เรียนระดับต้น (Beginner) หรือก่อนขั้นกลาง (Pre-Intermediate) คุณก็ไม่จำเป็นต้องรอจนกระทั่งคุณทราบหลักไวยากรณ์ทั้งหมดหรือจำคำศัพท์ให้ได้มากๆ เสียก่อน ที่จะเรียนภาษาจีนในขั้นสูง โดยส่วนตัวของ Vicky นั้น เธอเริ่มศึกษาจากบทภาพยนตร์และเนื้อเพลงหลังจากเริ่มเรียนภาษาจีนได้ราว 3 เดือน หลายคนอาจคิดว่าเร็วเกินไปเพราะในช่วงแรกนั้นคุณยังไม่ทราบภาษาจีนดีพอที่จะเข้าใจของพวกนั้น แต่ Vicky อธิบายว่า จริงๆ แล้วคุณควรศึกษาจากภาพยนตร์หรือเพลง ไม่ใช่เพราะว่าคุณสามารถเข้าใจมันได้แล้ว แต่เป็นเพราะคุณยังไม่เข้าใจพวกมัน จึงต้องการศึกษาเพิ่มเพื่อเข้าใจมัน

สิ่งที่เธอทำคือ หลังจากดูภาพยนตร์หรือเพลงที่ชอบแล้ว เธอจะพิมพ์บทภาพยนตร์หรือเนื้อเพลงออกมา แล้วไล่ไปทุกคำ คำไหนที่ไม่เข้าใจก็ให้เปิดพจนานุกรม ส่วนไวยากรณ์จุดไหนที่ไม่เข้าใจ ให้ทำเครื่องหมายเอาไว้เพื่อถามเพื่อนคนจีนหรือศึกษาใน Chinese Grammar Wiki เอง จากวิธีการนี้จะทำให้ได้คำศัพท์ที่พบบ่อย รูปแบบของประโยคและวลี (ผู้แปล: อย่าลืมกฎพาเรโต --ให้เน้นเพราะสิ่งที่พบในภาพยนตร์จะเป็นสิ่งที่คนจีนใช้สนทนากันบ่อยๆจริง) และยังได้คุ้นเคยกับสำเนียงและวิธีพูดของคนจีนที่ใช้สนทนากันจริงๆ เธอเน้นว่าเป็นวิธีการที่ได้ผลดีมากกว่าขอให้ใครมาอธิบายคำศัพท์และไวยากรณ์ให้ฟังเสียอีก แถมยังไม่น่าเบื่ออีกด้วย

[ผู้แปล: โดยส่วนตัวแล้ว ผมก็ใช้วิธีนี้ในการเรียนภาษาจีนครับ โดยหลังจากเรียนภาษาจีนพื้นฐาน 1 และ 2 จากครูจิ๋วจบแล้ว ก็เริ่มด้วยการดูซีรีย์ และเลือกซีรีย์ Boss & Me มาแกะซับภาษาจีนเป็นเรื่องแรก โดยดูไปทุกคำ ถ้าไม่ทราบความหมายก็เปิดพจนานุกรมเอา และถ้าเป็นคำศัพท์ใน HSK1-6 ก็จะพยายามจำให้ได้ และเมื่อเจอสำนวน (成语 chéng​yǔ) ก็จะบันทึกเก็บไว้เช่นกัน ในช่วงแรกๆ พบว่ายากและใช้เวลามากครับ เพราะขนาดศัพท์ HSK 2 เรายังจำได้ไม่ค่อยจะครบเลย ทำให้ใช้เวลาเปิดพจนานุกรมมาก (ผมใช้ MDBG dictionary นะครับ ไม่ได้เปิดที่เป็นหนังสือ ยังใช้เวลาไม่น้อยเลย) ซีรีย์ความยาวตอนละ 45 นาที ผมใช้เวลาหลายวันกว่าจะแกะเสร็จ แต่ก็เร็วขึ้นเรื่อยๆ อย่ารีบถอดใจนะครับ ค่อยๆทำไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ค่อยมีเวลาอาจเริ่มจากภาพยนตร์หรือเพลงแทนก็ได้ ที่ผมเลือกซีรีย์เพราะจะได้บทสนทนาในเชิงลึกมากกว่าภาพยนตร์ที่มีความยาวจำกัด

หมายเหตุ: ผมกำลังรวบรวมคำศัพท์ที่พบในซีรีย์ที่ผมแกะมาเกือบ 10 เรื่อง จะมาอัพเดทให้ภายหลัง]


3. Fill your surroundings in Chinese เพิ่มโอกาสการใช้ภาษาจีนในชีวิตประจำวัน

เธอใช้วิธีตั้งค่าภาษาของโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค และ social media ให้เป็นภาษาจีน ซึ่งนอกจากจะมีโอกาสในการใช้ภาษาจีนเพิ่มขึ้นแล้ว ยังจะได้ความรู้สึกต้องเตรียมพร้อมสำหรับกรณีฉุกเฉินด้วย (พอคอมพิวเตอร์แสดงข้อความเตือนขึ้นมา เธอก็ต้องรีบอ่านให้เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจก็ต้องรีบเปิด dictionary) ซึ่งคำศัพท์ที่เจอในกรณีดังกล่าว เธอรู้สึกว่าจะจำได้ดีกว่า (เพราะจำเป็นต้องใช้) นอกจากนั้นเธอยังเขียนโน้ตแปะผนังห้องเป็นภาษาจีน มีทั้งสำนวนและคำศัพท์ที่อยากจะจำให้ได้ มีประโยชน์เวลาไม่ได้ทำอะไร ก็มองเห็นคำศัพท์บนผนังเป็นการเรียนไปในตัว [ผู้แปล: ผมก็เขียนโน้ตในโทรศัพท์เป็นภาษาจีนทั้งหมดเช่นกันครับ]


4. Bond with native speakers เกาะติดเจ้าของภาษา

สำคัญมาก เพราะในการเรียนภาษาต่างประเทศ บางประเด็นเราจะทราบได้จากการแนะนำจากเจ้าของภาษาเท่านั้น เช่น มุขตลก วัฒนธรรมของแต่ละชาติ เกร็ดความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการใช้ภาษา การใช้ภาษาอย่างเหมาะสม เป็นต้น ในส่วนตัวของ Vicky เธอได้คุยทาง Skype กับเพื่อนชื่อ Carol ด้วยภาษาจีนทุกสัปดาห์ และเขียนจดหมายถึงกันในบางครั้ง ได้ทั้งภาษาและได้เพื่อนอีกด้วย นอกจากนั้นเธอยังมีเพื่อนชาวไต้หวันชื่อ Bill ที่มาเรียนที่กรุงโซล เป็น language partner ซึ่งมักจะนัดเจอกันโดย Bill จะแก้ภาษาจีนให้เธอ ส่วนเธอก็คอยช่วยเหลือด้านภาษาเกาหลีให้แก่ Bill การสนทนาโดยส่วนใหญ่จะอาศัยการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง ซึ่งเธอพบเพื่อนทั้งสองผ่านทาง www.converstionexchange.com และเธอยังแนะนำ meetup.com เพื่อหากลุ่มคุยแลกเปลี่ยนภาษาในพื้นที่อีกด้วย


5. Intergrate your hobby into your learning routine เอาสิ่งชอบมาช่วยในการเรียนภาษา

ข้อนี้เกี่ยวข้องกับคำแนะนำข้อ 2 ที่เธอกล่าวมาแล้ว เธอบอกว่าหากคุณสนุกและชอบอะไรก็ตาม คุณจะหาเวลาและทุ่มเทเพื่อทำมันไปเอง ดังนั้นจงพยายามหาวิธีเรียนภาษาจากสิ่งที่ชอบ จะได้ไม่รู้สึกเบื่อ สำหรับ Vicky เธอชอบอ่านหนังสือ เธอจึงหาหนังสือที่เป็นภาษาจีนสำหรับเด็กมาอ่านหรือหาอ่านจากเวปไซต์ แล้วเก็บสุภาษิตหรือคติหรือข้อความอื่นๆ ที่ชอบลงในสมุดบันทึก เธอรู้สึกว่าการเขียนตัวอักษรจีนสวยๆ ลงในสมุด ช่างมีความสุขเสียจริงๆ เธอยังสนใจเรื่องราวที่มาของตัวอักษรจีนอีกด้วย ทำให้เธอรู้สึกรักภาษาจีนยิ่งขึ้น เธอหวังว่าทุกคนที่ดูคลิปของเธอจะรักภาษาจีนเหมือนอย่างที่เธอรักเช่นกัน
 

---------

แนะนำลิงค์:

แชร์ Hanyu_Jiaocheng – e-book(pdf) + ไฟล์เสียง หนังสือเรียนและไฟล์เสียงต้นฉบับที่ใช้สอนในห้องเรียน

เกมพินอิน ฝึกพินอินผ่านเกมส์ ถ้าแยกความแตกต่างของพินอินไม่ได้ ก็จะฟังแล้วจับว่าเป็นคำอะไรไม่ถูกครับ

รวมลิงค์ซีรีย์จีนซับไทยเพื่อการฝึกภาษา

แนะนำช่องทางหาคู่สนทนาทางภาษา

How to learn any language in six months เรียนภาษาอย่างไรให้ได้ในหกเดือน

---------

แนะนำเครื่องมือสำหรับผู้ที่เปิดพจนานุกรมไม่คล่อง

คำแนะนำสำหรับการเลือกชื่อภาษาจีน

คำศัพท์และประโยคสำหรับใช้สนทนาทางโทรศัพท์ด้วยภาษาจีน

แชร์แบบฝึกหัดพร้อมเฉลย ภาษาจีนพื้นฐาน 3,4,5,6

 



ผู้ตั้งกระทู้ Ling (fangsong000-at-yahoo-dot-com) กระทู้ตั้งโดยสมาชิก :: วันที่ลงประกาศ 2019-03-17 12:36:12


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (4167608)
avatar
Ling
image

ภาพแสดงการวางตำแหน่งลิ้นและวิธีการออกเสียง ji, qi, xi ; zhi, chi, shi, ri และ zi, ci, si (ที่มา: en.wikipedia.org/wiki/Pinyin)

เนื่องจากผมเป็นผู้ที่เรียนภาษาจีนด้วยตนเอง เพื่อเอาไปใช้ในการทำงาน โดยเริ่มเรียนจากเวปครูจิ๋วเป็นที่แรกครับ ผมเห็นว่าผู้ที่เรียนเองโดยไม่มีครูหรือคู่สนทนามาช่วยติวจะเสียเปรียบผู้เรียนในห้องเรียนมาก โดยเฉพาะเรื่องการออกเสียง

ผมเคยมีปัญหาการออกเสียง zhi, chi, shi, ri เพราะออกเสียงเลียนแบบแล้ว บางทีก็คล้ายบางทีก็ไม่คล้าย ยังไม่มีหลักการที่ถูกต้อง บอกให้ยกลิ้นขึ้น ลมผ่านใต้ลิ้น ก็ไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไร จนกระทั่ง search ไปพบภาพดังกล่าว จึงทราบตำแหน่งการวางลิ้นและวิธีออกเสียงให้ถูกต้องครับ

ในแผนภาพจะบอกทั้งตำแหน่งการวางลิ้นและวิธีการปล่อยลม สำหรับ ji, qi, xi ; zhi, chi, shi, ri และ zi, ci, si ซึ่งเป็นพยัญชนะจีนที่คนไทยที่เพิ่งเรียนภาษาจีนจะมีปัญหาในการออกเสียงที่สุด เพราะไม่มีเสียงเทียบเคียงโดยตรงกับในภาษาไทย ผมไม่ทราบว่าการเรียนในห้องเรียนทั่วไปมีการสอนการวางลิ้นอย่างนี้หรือไม่ เพราะอย่างคำว่า cuò กับ cì เป็นพยัญชนะ “c” เหมือนกัน แต่เสียงดูเหมือนจะออกมาต่างกัน แต่ถ้าลองวางลิ้นตามแผนภาพดังกล่าว จะพบว่าเมื่อวางลิ้นถูกต้อง ใช้วิธีการออกเสียง “ช” เหมือนกัน เสียงที่ออกมาจะแตกต่างกันไปเอง โดยไม่ต้องจำคำว่า cì เป็นพิเศษเลย ดังนั้นถ้าใครรู้สึกว่าพยัญชนะเดียวกันเมื่อไปจับคู่กับเสียงสระต่างๆ กันแล้วจะต้องจำการออกเสียงต่างๆกัน อาจลองมาใช้หลักตามแผนภาพนี้ดูครับ จะหมดปัญหาไปเลยครับ

แนะนำลิงค์:

เสียงจีนแบบไหนนะ ที่ภาษาไทยไม่มี??
Intensive Mandarin Chinese Review of j-q-x-ü Pinyin Sounds

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Ling (fangsong000-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2019-04-14 11:14:55


ความคิดเห็นที่ 2 (4167610)
avatar
Ling
image

ที่มา: Principles of the Chinese language

จำนวนตัวอักษรที่ทราบ    ความสามารถในการเข้าใจ

100                                  40%

200                                  55%

500                                  75%

1000                                90%

2000                                97%

5000                               100%

จากตารางจะเห็นได้ว่า ทราบตัวอักษรเพียง 1000 ตัว ก็สามารถเอาตัวรอดในการสนทนาภาษาจีนแล้ว (ครอบคลุมการใช้งานถึง 90%) ซึ่งตรงกับกฎพาเรโต (กฎ 80/20) คือ เน้นส่วนที่สำคัญเพียงบางส่วน กลับสามารถได้ผลครอบคลุมถึงส่วนใหญ่ได้เอง

จากที่ผมได้ดูซีรีย์จีนและได้เอาบางเรื่องมาแกะซับจีนเพื่อศึกษา พบว่าจากเกือบ 10 เรื่องที่แกะมา จะพบคำศัพท์ครอบคลุม HSK ระดับ 1-5 ถึง 99% ส่วน HSK 6 จะครอบคลุมเพียง 71% (คำศัพท์ระดับ HSK 6 ที่พบ สามารถดูได้ที่นี่) นั่นแสดงว่าการดูซีรีย์จะสามารถช่วยในการทบทวนคำศัพท์ได้เป็นอย่างดี โดยคำศัพท์ที่พบบ่อย ก็จะเป็นคำที่คนจีนใช้สนทนากันในชีวิตประจำบ่อยๆ จริง (แนะนำว่าให้ดูซีรีย์ยุคปัจจุบันนะครับ ไม่ใช่ซีรีย์กำลังภายใน หรือย้อนยุคย้อนเวลา) เมื่อพบบ่อยๆ ก็จะจำไปได้แม่นเอง อีกทั้งจะได้ประโยคตัวอย่างการใช้จริงไปในตัว ได้ทั้งความรู้และยังได้ความเพลิดเพลินอีกด้วย ไม่ต้องจริงจัง ให้คิดว่ากำลังดูหนังสนุกๆ อยู่ก็พอ

-----------

แนะนำลิงค์:

อักษรจีนใช้บ่อย 3000 คำ (มีทั้งหมด 24 หน้า)

Flash card: Top 1000 Simplified Chinese Characters 1000 ตัวอักษรจีนที่พบบ่อยที่สุด

ผู้แสดงความคิดเห็น Ling (fangsong000-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2019-04-14 12:31:38


ความคิดเห็นที่ 3 (4168752)
avatar
Ling
image

แนะนำตัวอักษรจีน

 

ทราบหรือไม่ว่าตัวอักษรจีนที่มีหลายหมื่นตัวนั้น การประดิษฐ์ตัวอักษรจีน มีด้วยกัน 4 วิธี คือ

1. "เซี่ยงสิง象形" สร้างตัวอักษรที่วาดรูปเลียนแบบตามรูปร่างลักษณะ ของสิ่งต่าง ๆ เช่น "月" เขียนคล้ายกับรูปพระจันทร์โค้ง ๆ

2. "จื้อซื่อ指事" เป็นวิธีการสร้างตัวอักษรโดยการเติมสัญลักษณ์หรือเครื่องหมาย ให้กับตัว "เซี่ยงสิง"

3. "ฮุ่ยอี้会意" คือการเอาเครื่องหมายสองอันหรือมากกว่ามารวมประกอบเข้าไว้ ด้วยกัน เป็นวิธีที่แสดงถึงความหมายใหม่แบบหนึ่ง เช่น “明” เป็นการเอา “日” (พระอาทิตย์) กับ “月”(พระจันทร์)มารวมกันพระอาทิตย์กับพระจันทร์รวมกัน ก็แปลว่าแสงสว่าง

4. "สิงเซิง形声" เป็นการใช้ส่วนที่บอกความหมาย(สิงผาง)กับส่วนที่บอกเสียง อ่าน(เซิงผาง)มาประกอบกันเป็นตัวอักษรใหม่ ซึ่งตัวอักษรจีนกว่า 80% จะประดิษฐ์ด้วยวิธีนี้

 

จากภาพประกอบด้านบน

资(zī) ส่วนที่ใช้บอกความหมาย คือ 贝 หอย,เบี้ย (ใช้แทนเงิน) มารวมกับ 次(cì) ซึ่งเป็นส่วนที่บอกเสียง แต่เมื่อรวมกันแล้วจะออกเสียงเป็น zī โดยมีความหมายว่า เงินทอง ทุน

姿(zī) ส่วนที่ใช้บอกความหมาย คือ 女 ผู้หญิง มารวมกับ 次(cì) ซึ่งเป็นส่วนที่บอกเสียง แต่เมื่อรวมกันแล้วจะออกเสียงเป็น zī โดยมีความหมายว่า รูปโฉม ลักษณะท่าทาง

姿(zī) ส่วนที่ใช้บอกความหมาย คือ 口 ปาก มารวมกับ 次(cì) ซึ่งเป็นส่วนที่บอกเสียง แต่เมื่อรวมกันแล้วจะออกเสียงเป็น zī โดยมีความหมายว่า ปรึกษา

 

ดังนั้นการทราบที่มาของอักษรจีนจึงมีประโยชน์ ได้แก่

1. ช่วยในการจดจำตัวอักษรจีน กล่าวคือ ควรจำว่าตัวอักษรดังกล่าวประกอบจากส่วนย่อยอะไรบ้าง ทำให้ไม่ต้องจำการเขียนภาพตัวอักษรทั้งตัว หากทราบวิธีการเขียนของส่วนย่อยแต่ละส่วนแล้วก็จะสามารถเขียนตัวอักษรทั้งตัวได้เอง นอกจากนั้นควรพยายามจำโดยผูกเข้ากับตัวส่วนที่ใช้บอกความหมาย จะได้มีสิ่งที่เป็นหลักช่วยในการจดจำได้แน่นขึ้น (ส่วนที่ใช้บอกความหมายบ่อยครั้งจะเขียนอยู่ด้านข้าง จะเรียกว่า หมวดนำอักษรข้าง)

2. เมื่อพบตัวอักษรที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ก็อาจจะเดาความหมายหรือเสียงอ่านของตัวอักษรนั้นได้คร่าวๆ

 

แนะนำลิงค์:

การประดิษฐ์ตัวอักษรจีน

ฮั่นจื้อกง – จะบอกที่มาของตัวอักษรจีน ซึ่งช่วงแรกจะเป็นอักษรพวกภาพความหมาย อาจจะน่าเบื่อ แต่ตั้งแต่คลิปที่ 7 จะมีการแนะนำหมวดนำอักษรข้าง ซึ่งมีประโยชน์มาก อย่างไรก็ตามผมเห็นว่าฮั่นจื้อกงไม่เหมาะกับผู้เพิ่งเริ่มเรียน ผู้เรียนควรจะไปเรียนรู้ภาษาจีนสักระยะหนึ่งเพื่อให้พบตัวอักษรจีนหลายๆ ตัวก่อน แล้วค่อยใช้ฮั่นจื้อกงเป็นเครื่องมือช่วยทบทวน จัดหมวดหมู่และต่อยอดต่อไปจะเหมาะสมกว่า

 汉字常用偏旁部首 หมวดนำอักษรจีนที่ใช้บ่อย (ซึ่งมักทำหน้าที่เป็นส่วนที่บอกความหมาย) ถูกนำมารวบรวมจัดทำเป็นอัลบั้มภาพ แสดงความหมายเป็นภาษาไทยพร้อมตัวอย่างคำ สวยงาม เข้าใจง่าย ช่วยในการจดจำหมวดนำอักษร

ผู้แสดงความคิดเห็น Ling (fangsong000-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2019-04-23 11:18:35


ความคิดเห็นที่ 4 (4176590)
avatar
Ling
image

ที่มา: HSK??? ทำไมต้องสอบอ่ะ!! สอบเพื่ออารายยย??

จากกราฟด้านบนจะแสดงจำนวนคำศัพท์ที่ใช้สอบ HSK และจำนวนตัวอักษรที่พบทั้งหมดในแต่ละระดับ พบว่าจำนวนของคำศัพท์จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะระดับหลังๆ แต่จำนวนตัวอักษรที่พบกลับจะเพิ่มไม่มากนัก (แถมคำศัพท์ที่พบจัดเป็นคำใหม่ทั้งหมด ส่วนตัวอักษรที่พบจะมีบางส่วนซ้ำกับของเก่า)

ดังนั้น เรียนภาษาจีน อย่าเอาแต่จำคำศัพท์เป็นคำๆ ควรจะดูความหมายของแต่ละตัวอักษรที่ประกอบกันขึ้นเป็นคำไปด้วย ซึ่งถ้าทำแบบนี้ในช่วงแรกอาจจะเสียเวลาเพิ่มบ้าง แต่ในระยะยาวแล้วจะมีประโยชน์มาก เพราะจะทำให้จำคำศัพท์ได้แม่นขึ้น พอเจอคำศัพท์ใหม่ๆ ที่มีตัวอักษรที่เราทราบปรากฏอยู่ ก็จะสามารถพอเดาความหมายของคำได้ นอกจากนั้นคำศัพท์ที่มีความหมายใกล้กัน (近义词)  ซึ่งพบมากใน HSK ระดับ 5 และ 6 คำศัพท์เหล่านี้เวลาแปลเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษแล้วจะใกล้เคียงกันมาก จะต้องดูความหมายของแต่ละตัวอักษรที่ประกอบกันขึ้นเป็นคำ ถึงจะเข้าใจความหมายที่แท้จริงได้ จึงจะสามารถใช้ได้อย่างถูกต้อง

-------------

แนะนำลิงค์:

ซีรีย์คำเหมื๊อนเหมือน -- จะยกเอาคำที่มีความหมายใกล้เคียงกันมาเทียบเข้ากัน เพื่อจะได้เข้าใจความแตกต่าง

แชร์คำศัพท์ HSK 4,5,6 คำแปลภาษาไทย พร้อม flashcard ช่วยท่องคำศัพท์

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Ling (fangsong000-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2019-06-20 14:50:42



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
http://www.k79exchange.com/