รูปแบบทรงผมสตรีจีนโบราณ
ท่านเคยสงสัยหรือไม่ ทุกครั้งที่ดูละครหรือภาพยนตร์จีน ทรงผมที่นักแสดงทำอยู่นั้นเมื่อครั้งอดีตกาลสตรีจีนโบราณได้ทำกันลักษณะนี้จริงหรือ หากมีอยู่จริงเมื่อสมัยโบราณ เค้าทำกันอย่างไร ด้วยความสนใจผู้เขียนจึงศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลมาเสนอแก่ผู้อ่าน เพื่อไขข้อสงสัยไปด้วยกัน
ลักษณะทรงผมของชาวจีนสมัยโบราณมีรูปแบบหลากหลายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปแบบการมวยผมของสตรีจีนโบราณ เมื่อครั้งสมัยดึกดำบรรพ์ มวยผมของชายหญิงชาวจีนจะเป็นรูปแบบที่ง่าย และสะดวก โดยทั่วไปจะนิยมใช้ปิ่นปักผมที่ทำมาจากกระดูก ในการจัดรูปแบบทรงผม และใช้ขนแพะในการช่วยดึงมวยผม จากการบันทึก ชายฉกรรจ์นิยมเกล้ามวยแล้วสวมหมวกผ้า โพกผ้า หรือหมวกที่มีรูปทรงคล้ายอ่าง คลุมทับผมอีกที หญิงสาวก็จะนิยมมวยผม โดยพัฒนารูปแบบการเกล้าหรือมวยผมให้มีความสวยงามและหลากหลายเรื่อยมา
ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงทรงผมสตรีชาวจีนโบราณพอสังเขป
สตรีชาวจีนสมัยโบราณมีความเชื่อว่าการจัดแต่งทรงผมเป็นหนึ่งในขั้นตอนการเสริมความงามที่สำคัญมาก รูปแบบทรงผมของสตรีจะมีการเปลี่ยนแปลงให้มีความสวยงามขึ้นและมีความหลากหลาย ไปตามแต่ละยุคแต่ละสมัย ตั้งแต่แบบขั้นตอนที่ง่ายไปจนถึงขั้นตอนในการเกล้ามวยที่ยาก และตั้งแต่ขั้นตอนที่ยากไปจนถึงขั้นตอนที่ง่าย ซึ่งตามบันทึก“ประเภทของมวยผม” (髻鬟品) มีชื่อแบบทรงผมถึงร้อยกว่าชื่อ ซึ่งชื่อทรงผมเหล่านี้ตั้งโดยแฝงความหมายของเครื่องประดับกับลักษณะทรงผมประกอบกัน ดังนั้น ผู้เขียนจึงขอกล่าวถึงรูปแบบทรงผมพื้นฐาน 6 แบบ ที่สตรีชาวจีนสมัยโบราณนิยมทำกัน โดยจะขออธิบายกันแบบง่าย ๆ
1. รูปแบบการเกล้ามวยสูง 结鬟式
รูปแบบผมทรงนี้ บ้างก็นิยมให้ยอดผมตั้งสูงตระหง่าน บ้างก็มีลักษณะลาดเอียงแยกออกไปสองข้าง บ้างก็มีลักษณะทรงผมเป็นห่วงย้อย สามารถใส่เครื่องประดับผมได้ ผมของผู้หญิงบางคนมีจำกัด อาจต้องอาศัยผมปลอม หรือเครื่องประดับทรงผมต่าง ๆ ในการช่วยต่อเติมให้ผมสามารถตั้งสูงสง่าได้ ตามบันทึกได้กล่าวไว้ว่า สมัยของกษัตริย์ฮั่นอู่ ได้มีความเชื่อว่ามีตำหนักพระแม่เจ้าซีอ๋องที่พำนักของหมู่เซียนเทพยดาอยู่บนสรวงสวรรค์ ทรงผมบรรดาหมู่เทพยดาบนสวรรค์นั้นแตกต่างจากโลกมนุษย์ ทรงผมเหล่าเทพจะตั้งสูงสง่า กษัตริย์จึงรับสั่งให้บรรดาสตรีในวังนั้นเลียนแบบเสีย และได้ตั้งชื่อแบบทรงผมนี้ว่า “มวย(ผม)สูงประดุจมวย(ผม)เทพ” (“高鬟望仙髻”) เครื่องประดับตกแต่งทรงผมประกอบด้วยไข่มุขชนิดต่าง ๆ ปิ่นปักผมทองคำ หรือปิ่นปักผมแบบตุ้งติ๊ง(步摇) ซึ่งมีรูปแบบหลากหลายชนิด เมื่อมีการประดับบนทรงผมยิ่งทำให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น ทรงผมลักษณะเกล้ามวยสูงทรงนี้มีตั้งแต่1 มวย ถึง 9 มวย นับว่าเป็นทรงผมที่ดูสูงศักดิ์เป็นอย่างมาก สตรีที่ทำผมทรงดังกล่าวมักจะถูกเปรียบเทียบความงามกับเทพยดานางฟ้า เป็นทรงผมที่พระมเหสี นางสนม และสตรีชั้นสูงนิยมทำกัน (ท่านสามารถสังเกตทรงผมเหล่านี้ได้จากภาพวาดเหล่าเซียนเทพยดาของชาวจีนโบราณ) แต่หากมิได้ออกจากบ้านไปทำธุระที่ไหน ก็ไม่นิยมทำกัน เนื่องจากการเกล้าผมลักษณะนี้มิใช่เรื่องง่าย ทรงผมลักษณะดังกล่าวได้พัฒนามาตั้งแต่ก่อนสมัยฉิน แต่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจะอยู่ในช่วงสมัยฉินและสมัยฮั่น หลังจากสมัยฮั่นทรงผมที่ลอกเลียนแบบเซียนหรือเทพยดายังคงได้รับอิทธิพล และมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงเรื่อยมา

รูปแบบการเกล้ามวยสูง 结鬟式
2. รูปแบบการขดผม 拧旋式
รูปแบบทรงผมนี้เริ่มขึ้นเมื่อปลายสมัยฮั่น การขดผมลักษณะนี้ จะแบ่งผมในการม้วนออกเป็น 2-3 เกลียว ม้วนขดไปขดมาอยู่บนศรีษะ ตามบันทึกเรื่องเล่าในรัฐเว่ย (รัฐหนึ่งในสมัยสามก๊ก) ทรงผมสตรีสมัยนั้นเลียนแบบงูเขียวตัวหนึ่งที่อยู่ในวัง จึงเรียกแบบทรงผมนี้ว่า “มวยผมวิญญาณงู” (灵蛇髻) เนื่องจากทรงผมดังกล่าวเป็นลักษณะเลื่อยพันไปพันมาดูเป็นธรรมชาติคล้ายงู และมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะม้วนขดอยู่บนยอดศรีษะ ยื่นออกมาข้างหน้า หรือด้านข้าง กล่าวได้ว่าเป็นที่นิยมแลดูสวยงาม สามารถพบเห็นกันได้โดยทั่วไปในสมัยนั้น

3. รูปแบบการเกล้าผมทรงลายก้นหอย 盘叠式
รูปแบบผมทรงนี้จะเป็นลักษณะคล้ายลายก้นหอย ถูกค้นพบในภาพวาด รูปปั่นแกะสลักและสุสานสมัยถัง ตามบันทึกกล่าวไว้ว่า สตรีในสมัยถังชอบที่จะไว้ผมยาวแล้วเกล้าผมสูง ที่เรียกกันว่าผม “ทรงลายก้นหอย” (螺髻) ซึ่งที่เมืองฉางอันได้รับความนิยมอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง การเกล้าผมทรงนี้จะเป็นลักษณะรูปแบบค่อย ๆ ขดวนผมให้เป็นชั้น ๆ ขึ้นไป หรือใช้ลวดเหล็กในการช่วยมวยผมให้เป็นรูปทรง หลังจากนั้นใช้มือในการถัก พัน ขดให้เป็นลักษณะคล้ายลายก้นหอย แล้วจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งบนยอดศรีษะ หรือแบ่งออกเป็น 2 ข้าง ไม่ก็ให้ยื่นออกมาเลยหน้าผาก ซึ่งสามารถออกแบบลักษณะได้ตามใจชอบ


รูปแบบมวยย้อน 反绾式
5. การมวยผมแบบกระดูกสันหลัง 结椎式
รูปแบบทรงผมลักษณะดังกล่าว มีความเรียบง่าย ทำกันอย่างกว้างขวาง แทบจะมีให้เห็นในแต่ละยุคสมัยของจีนสมัยโบราณ มีประวัติยาวนาน ไล่มาตั้งแต่สมัยซางโจว สมัยฉินฮั่น สมัยสุ่ยถัง สมัยซ่ง สมัยเหวี่ยน สมัยหมิง สมัยชิง เป็นต้น เพียงแต่มีการจัดแต่งทรงผมที่มีลักษณะความสูง ต่ำ เอนซ้ายขวา ไปทางข้างหน้าหรือข้างหลัง ต่างกันแค่นั้น วิธีการทำผมทรงดังกล่าว คือการเกล้าผมทั้งหมดไปวางไว้อยู่บนยอดศรีษะ เป็นแกละสองข้าง วางไว้ข้างหน้า หรือข้างหลัง แล้วแต่ความต้องการของสตรีผู้นั้น หลังจากนั้นให้มวยผมลักษณะเป็นท่อนคล้ายกระดูกสันหลังแล้วรัดด้วยขนแพะหรือลวด โดยใช้ปิ่นปักผมในการช่วยยึดผมไม่ให้หลุดร่วง ซึ่งในการมวยเป็น1ท่อน 2 ท่อนหรือ3 ท่อนนั้น จะทำให้ยอดมวยผมสามารถตั้งตระหง่านได้อยู่บนยอดศรีษะ หรือแกละทั้งสองข้างก็จะสามารถแลดูยื่นออกมา หรือตั้งขึ้นได้ ผมทรงดั่งกล่าวมักนิยมทำกันเฉพาะสตรีที่เข้าพิธีแต่งงาน

การมวยผมแบบกระดูกสันหลัง 结椎式
6. การมวยผมแบบแกละ 对称式
รูปแบบทรงผมนี้เริ่มมาตั้งแต่สมัยฉินฮั่น แล้วตกทอดเรื่อยมา มีให้เห็นแทบทุกยุคในสมัยต่อจากนั้น แบบทรงผมดังกล่าวมีชื่อว่า “มวยผมง่ามคู่” (双丫髻) กับ “มวยผมรูบาก ” (卯发) กล่าวกันว่าสาวใช้ในสมัยของฉินซีฮ่องเต้ กฏเกณฑ์ราชสำนักให้ทำผมทรง “มวยผมง่ามคู่” (双丫髻) รูปแบบทรงผมของสาวใช้ในราชสำนักเป็นเช่นนี้เรื่อยมา กระทั้งถึงสมัยชิงก็ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ในขณะเดียวกันก็เป็นที่นิยมของหญิงสาววัยรุ่นชาวบ้านทั่วไป
“มวยผมรูบาก” (卯发) เป็นชื่อทรงผมมวยแกละสำหรับเด็ก ซึ่งในสมัยโบราณไม่มีการแบ่งเพศในการทำผมทรงดังกล่าว ทั้งเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงล้วนนิยมทำกัน 
การมวยผมแบบแกละ 对称式
ถึงจุดนี้ ท่านผู้อ่านคงคลายความสงสัยได้แล้วว่า ทรงผมที่เราเห็นในภาพยนตร์จีนนั้น แท้ที่จริงแล้วมีอยู่จริงในอดีตกาล และคงไม่สามารถปฏิเสธถึงความงามและรับรู้ว่าทรงผมลักษณะดังกล่าวเป็นเอกลักษณ์ของชาวจีน นับได้ว่าเป็นคุณค่าความงามทางประวัติศาสตร์ ที่ควรศึกษามิให้เลือนหายไปตามกาลเวลา **
ที่มาจาก www. hi.baidu.com
http://www.arthtml.com/eNews/news/200612/0021_1023434859.html